SPECIAL
My First Osaka

ตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ Osaka Metro ภาคหลัง 
ทัวร์เกียวโตแบบจัดเต็มประสบการณ์ : มรดกโลกและเที่ยวตระเวณชิมชาเขียวมัทฉะและเหล้าสาเกญี่ปุ่น

แสงสะท้อนน้ำที่วัดเบียวโดอินโฮโอโดอันแสนงดงาม

2020.11.20

Bonjour! ฉันชื่อ Aurore มาจากลียง ประเทศฝรั่งเศส
ฉันกับ Joshua เพื่อนร่วมงานที่บริษัท ออกไปทริปเล็กๆ ที่อิ่มอกอิ่มใจกับเขตฝั่งใต้ของเกียวโต โดยใช้ ตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ (ฉบับ Osaka Metro) ตอนภาคต้น เราได้ไปเยี่ยมชมศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของคันไซ และได้เล่าถึงเสน่ห์ที่ต้องอยากไปอีกครั้งกันไปแล้ว เอาล่ะ ครั้งนี้ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้นมากมายเช่นเคย มาเริ่มทัวร์เกียวโตแบบจัดเต็มประสบการณ์ภาคหลังกันเถอะ!

Aurore

ผ่านไปแล้วประมาณ 9 เดือนหลังจากที่เริ่มอาศัยในญี่ปุ่นด้วยเรื่องงาน ความสนุกของฉัน คือการได้ออกไปเที่ยวค้นหาสถานที่ท่องเที่ยวแสนวิเศษในโอซาก้า และเกียวโต ตอนช่วงวันหยุด

Joshua

สำหรับผู้ร่วมทริปไปกลับหนึ่งวันในครั้งนี้ก็คือ Joshua เพื่อนร่วมงานที่บริษัท เขาเป็นชาวอเมริกาที่นอกจากจะพูดภาษาญี่ปุ่นได้อย่างคล่องแคล่วแล้ว ยังเชี่ยวชาญเกี่ยวกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นอีกด้วย

หลงเสน่ห์ภาพบนผืนน้ำของมรดกโลก วัดเบียวโดอินโฮโอโด

ช่วงบ่ายหลังจากที่ทานอาหารกลางวันแล้ว ก็เดินทางจากสถานีฟุชิมิอินาริ/เกียวโต ไปเปลี่ยนรถไฟที่สถานีจูโชจิมะ มุ่งหน้าไปอุจิ
ว้าว! สิ่งปลูกสร้างที่สถานีอุจิ ออกแบบดูเป็นอนาคตอันใกล้นี้มากเลย รูปแบบคอนกรีตกับประตูโค้งดูเท่ห์มากเลย

การจะไปจุดหมายแรกที่อุจิ วัดเบียวโดอินโฮโอโด ต้องผ่านสะพานข้ามแม่น้ำอุจิกาวะด้วยล่ะ วิวทิวทัศน์ก็ดี แถมสะพานทาสีแดงส้มก็ถ่ายรูปสวยด้วย

สะพานอาซากิริข้ามแม่น้ำอุจิกาวะ

ถึงจะรู้ว่าวัดเบียวโดอินโฮโอโด เป็นสิ่งปลูกสร้างที่ถูกวาดอยู่ข้างหลังเหรียญ 10 เยนของญี่ปุ่นก็จริง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นของจริง พอแสดงตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ (ฉบับ Osaka Metro) ให้ดูตอนซื้อตั๋วที่บริเวณหน้าประตูหน้า ก็ได้รับโปสการ์ดรูปภาพมา 2 ใบ รู้สึกดีใจมาก♡ นอกจากนี้ก็ยังมีที่อื่นที่ได้รับสิทธิพิเศษอีกนะ ลองเช็ครายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ของ Osaka Metro ดูนะ
https://metronine.osaka/ticket/ticket-c01/

พอเข้าประตูหน้าไปสักพัก…ก็จะเริ่มเห็นโฮโอโดที่ล้อมรอบด้วยบ่อน้ำ สวยงามเหลือเกิน ช่างน่ามหัศจรรย์! สมกับเป็นมรดกโลกจริงๆ รู้สึกตื่นตะลึงไปกับสิ่งปลูกสร้างลอยบนบ่อน้ำที่ดูเคลื่อนไหวได้… และภาพสิ่งปลูกสร้างที่สะท้อนบนผืนน้ำก็ช่างน่าตราตรึงใจ

พอตั้งใจมองตรงกลางของสิ่งปลูกสร้างให้ดี ก็จะเห็นพระพุทธรูป นี่เป็นพระพุทธรูปที่ทำจากต้นไม้ที่มีชื่อเรียกว่าอะมิดะเนียวไร เป็นพระพุทธเจ้าของญี่ปุ่นที่น่านับถือมาก นกฟินิกส์โฮโอสีทองบนหลังคานั้น คือรุ่นที่ 2 ส่วนรุ่นแรกถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ที่สร้างคู่กับวัดเบียวโดอินโฮโอโด นกฟินิกส์โฮโอที่เคยไปดูที่ฝรั่งเศส และสหรัฐอเมริกา รู้สึกจะต่างกันนิดหน่อย ตรงส่วนที่ต่ำจากคอลงไป โดยเฉพาะส่วนปีก แต่หน้าตาไม่ว่าจะญี่ปุ่นหรือทางตะวันตกก็เหมือนกันนะ

พอเดินวนดูรวมโฮโอโดแล้ว ก็ไปพิพิธภัณฑ์กัน พิพิธภัณฑ์นี้สามารถเข้าได้หากมีตั๋วที่ซื้อเมื่อสักครู่ ภายในมีทั้งพระพุทธรูปซึ่งเป็นทรัพย์สินสำคัญทางวัฒนธรรม มรดกแห่งชาติ และสิ่งจัดแสดงมีค่ามากมาย ถึงแม้จะไม่สามารถถ่ายรูปได้ แต่เป็นพื้นที่ที่จัดได้ดี ใช้แสงได้อย่างมีประสิทธิภาพกับสิ่งปลูกสร้างที่ดูทันสมัย ทำให้มีสมาธิในการชื่นชมผลงาน

ประทับใจกับฟองดูชาเขียวมัทฉะครั้งแรก ที่มีวิธีการกินที่หลากหลาย

หากได้มาที่อุจิที่มีชื่อเสียงเรื่องแหล่งผลิตชาญี่ปุ่นแล้วล่ะก็ ก็ไม่ควรพลาดของหวานชาเขียวมัทฉะใช่ไหมล่ะ! เลยเกิดความโลภ และตัดสินใจไปทานของหวานชาเขียวมัทฉะ 2 ที่เลย ก่อนอื่นไปร้านน้ำชา “คุนุกิ” ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำอุจิกาวะ ซึ่งเดินจากวัดเบียวโดอินประมาณ 8 นาทีกันก่อนเลย

ร้านน้ำชา “คุนุกิ” ใกล้แม่น้ำอุจิกาวะ

พอได้รับการต้อนรับมาที่โต๊ะชั้น 2 ก็ได้เห็นแม่น้ำอุจิกาวะอยู่ข้างหน้า! ทำให้รู้สึกเหมือนจะลืมความเมื่อยล้าของขา ไปกับเวลาที่ผ่านไปอย่างช้าๆ

โต๊ะชั้น 2 ของร้านน้ำชา “คุนุกิ” ที่ทอดสายตามองเห็นแม่น้ำอุจิกาวะ

ของที่เล็งไว้ที่นี่คือ ฟองดูชาเขียวมัทฉะ เป็นครั้งแรกเลยกับฟองดูน้ำชา! ตัวเนื้อฟองดูใช้ถั่วแดงกวนที่หวานกำลังดีมาก การจับคู่ของแป้งชิราทามะนุ่มหนึบหนับ กับถั่วแดงกวนรสชาเขียวมัทฉะนี่ ไม่มีทางพลาดจริงๆ อร่อยมาก C’est bon!

ถ้าได้ทานโดยจิ้มผงชาเขียวมัทฉะกับถั่วแดงกวนแล้วล่ะก็ ก็จะยิ่งมีกลิ่นหอมมาก จนตะเกียบ… ไม่ใช่สิ ไม้จิ้มหยุดไม่ได้เลย และของที่พนักงานร้านแนะนำให้ทานล้างปากก็คือ ของสีดำที่อยู่บนจาน เรียกว่า ชิโอะคอมบุ (สาหร่ายคอมบุต้มเค็ม) ดูเหมือนว่าจะนำมาทำเป็นไส้ข้าวปั้น แล้วก็นิยมนำมาเสิร์ฟพร้อมกับขนมญี่ปุ่นหรือของหวานด้วย ว่ากันว่าเกลือจะช่วยดึงความอร่อยของรสชาติหวานให้มากขึ้นอีก สำหรับของทานคู่กับฟองดูก็คือ ชารสอ่อนที่ชงด้วยผงชาเขียวมัทฉะเล็กน้อย

นอกจากนี้ ที่คุนุกิยังมีฟองดูชาโฮจิฉะด้วยนะ อันนี้ก็ใช้ “ถั่วแดงกวน” ทำเนื้อฟองดู ให้รสชาติที่มีกลิ่นหอมเล็กน้อย Joshua บอกว่าชอบอันนี้ แต่ว่าฉันชอบชาเขียวมัทฉะมากกว่านะ อยากให้ทุกคนลองทานเปรียบเทียบกันดูนะ♪

ฟองดูชาโฮจิฉะที่ร้านน้ำชา “คุนุกิ”

มาตรฐานใหม่ของอุจิ!? เครื่องดื่มชาเขียวมัทฉะสไตล์โมเดิร์น

อีกร้านหนึ่ง คือ “มัทฉะเคียววาโคคุ Matcha Republic” ร้านนี้มีบรรยากาศที่ดูโมเดิร์นมีสไตล์ แถมสามารถดื่มชาเขียวมัทฉะได้ด้วยขวดที่ออกแบบโดยได้รับแรงจูงใจจากขวดหมึกเลยนะ

รูปลักษณ์ภายนอกของ “มัทฉะเคียววาโคคุ Matcha Republic” สาขาใหญ่อุจิ

และนี่คือ “Matcha inks” ทั้งชาเขียวมัทฉะลาเต้ ขนมเซไซชาเขียวมัทฉะ ชีสเกลือหิน ฯลฯ มีเมนูมากมายจนเลือกไม่ถูก แต่ฉันก็เลือกมัทฉะชิมิสุแบบเรียบง่าย มันน่ารักมากจนเผลออยากจะถ่ายรูปเลย! สมกับที่เป็นเครื่องดื่มที่ใช้ชาเขียวอุจิมัทฉะคุณภาพดีคั่วในโม่หิน ได้รสชาติดั้งเดิมจริงๆ พอใจมากเลย♡ จนเผลอซื้อชุดเซ็ตแบบกลับบ้านเป็นของฝากที่ระลึก เพราะอยากจะเพลิดเพลินต่อที่บ้านอีก ชาเขียวมัทฉะนี่ มีวิธีการเพลิดเพลินได้หลากหลายสไตล์เลยเหมือนกันนะ มันทำให้ฉันต้องรู้สึกตกใจอยู่ตลอดเลย

ฟุชิมิ เมืองแห่งโรงกลั่นเหล้า สัมผัสประสบการณ์เหล้าสาเกญี่ปุ่นท่ามกลางบรรยากาศสมัยก่อน

จุดหมายสุดท้ายของวันนี้ คือฟุชิมิ เมืองแห่งโรงกลั่นเหล้า โดยนั่งรถไฟสายเคฮันมาลงที่สถานีจูโชจิมะ ถ้าพูดถึงฟุชิมิก็ต้องนึกถึงเหล้าสาเกญี่ปุ่น เดินเล่นไปเรื่อยๆ จนเจอร้าน ทิวทัศน์ของเมืองฟุชิมิก็ดูมีรสนิยม รู้สึกสนุกมากเลยล่ะ

เรือจุคโคคุบุเนะแล่นวนรอบเส้นทางท่องเที่ยวไปยังโรงกลั่นเหล้า และริมน้ำอันแสนงดงามที่ฟุชิมิ เดินเล่นเตร็ดเตร่ไปเรื่อยๆ ที่ฟุชิมิ เมืองแห่งโรงกลั่นเหล้า

พอเดินเล่นเตร็ดเตร่ในเมืองไปเรื่อยๆ ก็ได้เจอสิ่งนี้ “ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ” เป็นคาเฟ่ที่เกิดจากการปรับแต่งใหม่ของสำนักงานใหญ่ของเกกเคคัง ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเหล้าสาเกญี่ปุ่นที่เปิดกิจการขึ้นในปี 1637 ว่ากันว่าสิ่งปลูกสร้างนี้ถูกสร้างขึ้นสมัยไทโช (ประมาณ 100 ปีที่แล้ว) ซึ่งพวกเราก็ได้มองจนหลงเสน่ห์ไปสักครู่ และสัมผัสถึงกลิ่นอายประวัติศาสตร์…

คาเฟ่ที่เกิดจากการปรับแต่งใหม่ของสำนักงานใหญ่เดิมของเกกเคคัง/ร้านของฝากที่ระลึก “ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ”

บรรยากาศภายในร้านก็ดูเป็นสมัยก่อนดีมากเลย! ไม่ได้มีแต่เหล้าสาเกญี่ปุ่น แต่ยังมีเมนูของหวานที่ไม่มีแอลกอฮอล์อีกมากมาย ทำให้คนที่ดื่มเหล้าไม่ได้ก็สามารถสัมผัสประสบการณ์ความสนุกได้ มันน่าดีใจมากเลย แล้วก็อย่าลืมแวะเยี่ยมชมงานอีเว้นท์ อย่างเช่นงานทดลองชิมคุณภาพเหล้า ฯลฯ ที่จัดขึ้นเป็นระยะด้วยนะ

ภายในร้าน “ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ” ที่เกิดจากการปรับแต่งใหม่ของสำนักงานใหญ่เดิมของเกกเคคัง

ที่นี่ซื้อของฝากที่ระลึกอย่างเหล้าสาเก ฯลฯ ได้ด้วยนะ

และแล้ว ก็ถึงเวลาของเหล้าสาเกที่รอคอย! ที่นี่สามารถเพลินเพลินได้ ตั้งแต่เหล้าสาเกญี่ปุ่นของผู้ผลิตเหล้าสาเกกลั่นในฟุชิมิ ไปจนถึงเซ็ตทดลองชิมคุณภาพเหล้าที่มีหลากหลายตามฤดูกาล

ที่ฉันสั่งไปเป็นเซ็ตพรีเมี่ยมที่สามารถชิมได้ทั้งเหล้าโคโตเซ็นเน็นของเอคุน เหล้าของฟุชิมิของเคโจ และเหล้าบิเซ็นโอมาจิของทามาโนฮิคาริ หากดูดีๆ~ แล้วก็จะเห็นทองคำเปลวลอยอยู่ด้วย! ไม่ว่าอันไหนก็อร่อยยอดเยี่ยมไปหมดเลย แต่ที่ชอบที่สุดในนั้นก็คงเป็นเหล้าโคโตเซ็นเน็น ที่มีรสชาตินุ่มนวล และกลิ่นหอมหวานคล้ายผลไม้

เซ็ตทดลองชิมคุณภาพเหล้าพรีเมี่ยมของ “ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ”

ส่วนอันนี้เป็น “เซ็ตซากาไม” ที่ Joshua สั่ง ดูเหมือนว่าที่ Joshua ที่ชอบเหล้าแรง จะชอบเป็นเหล้าคินชิมาซามุเนะตรงกลางเป็นพิเศษ

เซ็ตทดลองชิมคุณภาพเหล้าซากาไมของ “ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ”

นอกจากนี้ก็มีสั่งไอศกรีมเหล้ากลั่นมาแบ่งกันด้วย เหล้าที่เอาไว้ราดบนไอศกรีมวนิลา สามารถเลือกได้ระหว่างเหล้าส้มยูสุ หรือเหล้าโคชุ แต่ครั้งนี้ขอเลือกยูสุ กลิ่นของยูสุหอมเข้มข้นมาก จนอยากจะลองเลียนแบบดูที่บ้านเลย

นอกจาก “IZAKAYA (“ร้านอิซากายะ” มีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาญี่ปุ่น)” แล้วยังมีสถานที่ที่สามารถเพลิดเพลินไปกับเหล้าสาเกญี่ปุ่นได้นี่มันยอดเยี่ยมจริงๆ ระวังอย่าดื่มเยอะเกินไปนะ!

พอดีได้เจอที่โรงอาบน้ำเซ็นโตที่มีบรรยากาศสมัยเก่าใกล้สถานีจูโชจิมะ ยังไงขอแนะนำให้ด้วยเลยนะ ก่อนจะดื่ม อาบน้ำให้สบายตัวก่อนเข้าเมือง…ก็เป็นแผนที่ดีเหมือนกัน! ระหว่างที่กำลังคิด ก็นั่งรถไฟกลับมาโอซาก้าด้วยความรู้สึกเมาเล็กน้อย

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ ทริปไปทัวร์เกียวโตแบบจัดเต็มประสบการณ์ ด้วยตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ ? เป็น 1 วันที่อัดแน่นด้วยเสน่ห์ของเกียวโต สนุกที่สุดเลยย!
นอกจากนั้น เส้นทางครั้งนี้ที่เดินทางจาก Osaka Metroสถานีอุเมดะไปกลับเขตอุจิ/ฟุชิมิของสายเคฮัน และเดินทางจากฟุชิมิอินาริ→อุจิ→จูโชจิมะ นั้น ที่จริงแล้วปกติจะต้องเสีย 1,750 เยน แต่ถ้าเป็นตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ (ฉบับ Osaka Metro)ล่ะก็จะเสียแค่ 1,300 เยนเท่านั้น คุ้มกว่า 450 เยน ก็เที่ยวรอบเกียวโตได้

ในเขตอุจิ/ฟุชิมิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจอีกมากมาย ครั้งต่อไปจะจัดทัวร์แบบไหนดีน้า…
เอาล่ะ ไว้เจอกันใหม่นะ!

>>ภาคต้นเช็คได้ที่นี่!
ตั๋ว 1 วันอุจิ/ฟุชิมิ Osaka Metro ภาคต้น
ทัวร์เกียวโตแบบจัดเต็มประสบการณ์ : วิธีการเดินชมสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม ศาลเจ้าฟุชิมิอินาริไทฉะ

*ตั๋วท่องเที่ยวอุจิและฟุชิมิ แบบ 1day นี้ได้สิ้นสุดการจำหน่ายเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2021 โปรดดูบล็อกสำหรับอ้างอิงข้อมูลการท่องเที่ยวจากโอซาก้าสู่เกียวโต

สถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำ

วัดเบียวโดอิน

  • [การเดินทาง] เปลี่ยนรถไฟจาก “สถานีโยโดยาบาชิ” “สถานีฮิโงะบาชิ” “สถานีคิตาฮามะ” “สถานีเท็มมะบาชิ” “สถานีเคียวบาชิ” “สถานีเซกิเมะ เซอิกุ” ไป “สถานีอุจิ” สายเคฮันอุจิ จากนั้นเดินประมาณ 10 นาที
  • [ที่อยู่] 116 เร็งเงะ อุจิ เมืองอุจิ
  • [เวลาเข้าชมบูชา] 8:30~17:30 (สวน) / 9:00~17:00 (ร้านค้าในพิพิธภัณฑ์)
    ※ เวลาเข้าชมบูชาของแต่ละอาคาร กรุณาตรวจสอบล่วงหน้าที่เว็บไซต์ของวัดเบียวโดอิน
  • [วันหยุดประจำ] เปิดทำการตลอดทั้งปี
  • [ค่าเข้าชมบูชา] 600 เยน (สวน + โฮโชคัง พิพิธภัณฑ์วัดเบียวโดอิน)
  • [เว็บไซต์] https://www.byodoin.or.jp/

ร้านน้ำชา “คุนุกิ”

  • [การเดินทาง] เปลี่ยนรถไฟจาก “สถานีโยโดยาบาชิ” “สถานีฮิโงะบาชิ” “สถานีคิตาฮามะ” “สถานีเท็มมะบาชิ” “สถานีเคียวบาชิ” “สถานีเซกิเมะ เซอิกุ” ไป “สถานีอุจิ” สายเคฮันอุจิ จากนั้นเดินประมาณ 5 นาที
  • [ที่อยู่] 66-4 มาตาบุริ อุจิ เมืองอุจิ
  • [เบอร์โทรศัพท์]0774-22-7140
  • [เวลาทำการ] 11:00~16:30 Last order (ปิดทำการทันทีหากขายหมด)
    ※ สามารถจองได้
  • [วันหยุดประจำ] วันอังคาร
  • [เว็บไซต์] http://ike-s.com/

“มัทฉะเคียววาโคคุ Matcha Republic” สาขาใหญ่อุจิ

  • [การเดินทาง] เปลี่ยนรถไฟจาก “สถานีโยโดยาบาชิ” “สถานีฮิโงะบาชิ” “สถานีคิตาฮามะ” “สถานีเท็มมะบาชิ” “สถานีเคียวบาชิ” “สถานีเซกิเมะ เซอิกุ” ไป “สถานีอุจิ” สายเคฮันอุจิ จากนั้นเดินประมาณ 8 นาที
  • [ที่อยู่] 26-2 เมียวราคุ อุจิ เมืองอุจิ
  • [เวลาทำการ] 10:00~18:00
  • [วันหยุดประจำ] วันหยุดไม่แน่นอน
  • [เว็บไซต์] https://www.matcha-republic.com/

ฟุชิมิ ยูเมะ เฮียคคาชุ

  • [การเดินทาง] เปลี่ยนรถไฟจาก “สถานีโยโดยาบาชิ” “สถานีฮิโงะบาชิ” “สถานีคิตาฮามะ” “สถานีเท็มมะบาชิ” “สถานีเคียวบาชิ” “สถานีเซกิเมะ เซอิกุ” ไป “สถานีจูโชจิมะ” สายเคฮันฮอนเซ็น จากนั้นเดินประมาณ 7 นาที
  • [ที่อยู่] 247 มินามิฮามาโจ เขตฟุชิมิ เมืองเกียวโต
  • [เวลาทำการ] 10:30~17:00 (Last order 16:30)
  • [วันหยุดประจำ] วันจันทร์ (ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์)